พลังงานจากใต้พิภพ น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน
รถไฟสายกรุงเทพ – เชียงใหม่เคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพ ในห้วงเวลาที่ท้องฟ้าถูกคลี่คลุมด้วยม่านแพรสีดำ แม้ว่าถนนมุ่งสู่หัวเมืองสำคัญของภาคเหนือตอนบน จะมีสภาพดีตลอดเส้นทาง หรือแม้แต่การเดินทางด้วย สายการบินราคาประหยัดจะรวดเร็ว แต่การเดินทางแสนเชื่องช้าด้วยรถไฟเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจเสมอ ในห้วงเวลา ที่การเดินทางไม่มีความเร่งรีบ เมื่อถึงลำปางต่อด้วยการเดินทางด้วยรถยนต์อีกเล็กน้อย ในห้วงเวลาปลายปีที่แผ่นดินเพิ่งพ้นผ่านฤดูฝน ทิวทัศน์สองข้างทางจึงอุดมสมบูรณ์ ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย

จังหวัดลำปางถือได้ว่าเป็นดินแดนที่มีทั้ง ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของภาคเหนือตอนบน แม้ว่าการที่ลำปางอยู่ใกล้ชิดเชียงใหม่มาก จนทำให้ นักท่องเที่ยวส่วนมากหลั่งไหลไปรวมตัวกันอยู่ที่เชียงใหม่ หากทว่าลำปางเป็นจังหวัดที่ไม่ควรพลาด การแวะไป เยี่ยมเยียนเมื่อมีโอกาส นอกเหนือไปจากวัดพระธาตุลำปางหลวงซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของผู้คน และถือเป็น แหล่งท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมที่ขึ้นชื่อ ในตัวเมืองลำจังหวัดลำปางยังมีสถานที่น่าสนใจ อีกมากมาย ทั้งวัดวาอาราม อาคารบ้านเรือน และวิถีชีวิตชุมชน นอกตัวเมืองมีสถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติที่มี ความงดงามไม่แพ้จังหวัดอื่นใดเลย

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่มีความสำคัญของลำปาง ตั้งอยู่บนเทือกเขา สลับซับซ้อน ของสันเขาผีปันน้ำที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ โดยตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองปาน อำเภอที่โอบล้อมด้วยขุนเขา นาข้าว และธรรมชาติที่สมบูรณ์ ลึกลงไปใต้ผืนโลกในบริเวณนี้ ที่ซึ่งความร้อน สะสมอยู่ภายใต้ชั้นหินแกรนิต มีอุณหภูมิสูงถึง 500 – 1,000 องศาเซลเซียส เคลื่อนตัวผ่านขึ้นมาจนถึงน้ำใต้ดิน กักเก็บพลังงานจนถึงจุดเดือด จนก่อให้เกิดแรงดัน เผยตัวออกมา ตามรอยแตกของเปลือกโลกขึ้นมาที่ผิวดิน ก่อกำเนิดเป็นน้ำพุร้อน
ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้คนนิยมเดินทางมาพักผ่อน ในโอบล้อมของธรรมชาติที่งดงาม และสงบเงียบของ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ลานโล่งที่มองเห็นได้อย่างเด่นชัดจากบริเวณลานจอดรถ ระเกะระกะไปด้วยก้อนหิน และแอ่งน้ำเล็กใหญ่ ทางเดินทอดตัวลัดเลาะไปตามแนวบ่อ ผ่านความตะปุ่มตะป่ำของก้อนหินใหญ่น้อย ไอร้อนลอยขึ้นจากผิวน้ำสู่เบื้อบน แรกเริ่มนั้นเราอาจรู้สึกแปลกกับกลิ่นกำมะถัน ที่โชยอยู่รอบๆ บ่อ แต่สักครู่หนึ่ง เราก็จะคุ้นชิน น้ำในบ่อใสจนมองเห็นบรรดาก้อนหิน และพืชน้ำบางชนิดที่เติบโตได้ดีในสภาพที่น้ำมีอุณหภูมิสูง อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดของน้ำร้อน ที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนอยู่ที่ 72 องศาเซลเซียส มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ภายใน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนรวม 9 บ่อ

ยามสายของวันหยุดผู้คนมาเยือนน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนคึกคัก พี่น้องสองคน เอาไม้เกี่ยวตะกร้าไม้ไผ่สาน ภายในบรรจุไข่ไก่ไว้ค่อยๆ หย่อนลงในบ่อน้ำร้อนขนาดเล็ก ที่ไอร้อนลอยกรุ่น ขึ้นมาจากผิวน้ำ ด้วยความต้องการ ที่จะเปลี่ยนสภาพ จากไข่ดิบไปสู่ไข่สุก เรายืนอยู่เคียงข้างกัน ตะกร้าไข่ มองเห็นอยู่ในน้ำที่ใสราวกระจก นับต่อไปจากนี้คือการรอคอย บ่อที่ทางอุทยานฯจัดทำขึ้นสำหรับต้มไข่นั้น มีอุณหภูมิสูงสุด 82 องศาเซลเซียส ด้วยอุณหภูมิในระดับนี้กว่าที่ไข่จะสุก จนสามารถรับประทานได้ ต้องใช้เวลายาวนาน 17 นาที
แต่ทั้งคู่ก็ยินดีที่จะรอ มันเป็นเรื่องน่าสนุกสำหรับเด็กๆ ที่ได้เรียนรู้เรื่องราว เกี่ยวกับธรรมชาติผ่านทางลักษณะธรณีวิทยาของโลกเช่นนี้ แน่นอนว่านอกจากมาพักผ่อนกับธรรมชาติ ที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ที่มีทั้งน้ำตก ป่าไม้อันสมบูรณ์และน้ำพุร้อน กิจกรรมต้มไข่กับน้ำพุร้อน เป็นกิจกรรมยอดนิยม ของเด็กๆ ทั้งหลายที่มาเยือนบ่อน้ำพุร้อนทีเดียว

น้ำร้อนจะไหลตามความลาดเอียง ของภูมิประเทศไปสู่ธารน้ำตกที่ไหลมาจากน้ำตกแจ้ซ้อน กลุ่มนักท่องเที่ยว นอนแช่น้ำที่กำลังอุ่นสบายในสายธาร ตรงบริเวณที่น้ำร้อนไหลมาสบกับน้ำเย็น ทางอุทยานฯ มีการจัดการทำระบบน้ำอย่างดี มีการดึงน้ำจากตัวบ่อน้ำแร่ให้ไหล ไปสู่บริเวณที่จัดทำขึ้นสำหรับให้ผู้ที่มาท่องเที่ยว ได้อาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพกัน โดยจัดทำอย่างเป็นระบบ มีทั้งบ่อแช่รวมที่แยกชายหญิง และบ่อส่วนตัว ที่ทำเป็นกระท่อมหลังเล็กๆ น้ำร้อนที่ดันตัวขึ้นมาจากใต้ผืนดินของน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน มีปริมาณซัลไฟด์ในบ่อน้ำแร่ เพียงแค่ 0.1 มิลลิกรัม / ลิตรเท่านั้น ซึ่งมีความปลอดภัยต่อการแช่อาบ แต่ไม่เหมาะต่อการนำไปดื่มบริโภค
นอกไปจากนั้นบ่อธรรมชาติกลางแจ้งสองบ่อ ที่อยู่ใกล้กันกับบริเวณอาบน้ำแร่นักท่องเที่ยวสามารถลงไปแช่ได้ โดยมีสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น อุณหภูมิของน้ำสำหรับอาบที่ต่อท่อโดยตรงสู่บ่อแต่ละบ่อนั้น อยู่ที่ประมาณ 39-42 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่กำลังสบายสำหรับการแช่น้ำแร่

ผ่านไปครบ 17 นาที ตะกร้าไข่ถูกช้อนขึ้นมาจากบ่อ ขั้นตอนต่อไป คือกะเทาะเปลือกออกเพื่อลิ้มชิมรส ซอสแม็กกี้เตรียมพร้อมรอ ไข่ที่สุกได้ด้วยปรากฏการณ์ธรรมชาติ สำหรับเด็กๆ มันเหมือนการได้ทดลองวิทยาศาสตร์ ไข่ต้มน้ำพุร้อนได้กลายเป็นของอร่อยที่ยากจะลืมเลือนได้เหมือนกัน นอกจากการแช่น้ำแร่แล้ว เส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมีหลายเส้นทาง มีความสวยงาม และเรื่องราวหลากหลายให้ได้เรียนรู้
ส่วนตัวน้ำตกแจ้ซ้อนนั้นสามารถเข้าถึงได้โดยทางรถยนต์ จากที่จอดรถเดินเท้าช่วงสั้นๆ ก็จะถึงตัวน้ำตกชั้นล่างสุด ซึ่งมีความสวยงามมีน้ำตลอดทั้งปี หากมีเวลา และพละกำลังเหลือก็สามารถเดินสูงขึ้นไปชมชั้นต่อๆ ไปได้ เส้นทางเดินเท้า ทอดตัวเคียงข้างไปกับสายน้ำ ที่ไหลซอกซอน ผ่านบรรดาก้อนหินเล็กใหญ่ส่งเสียงกังวานอยู่ในราวป่า โอบคลุมด้วยความเขียวขจีของบรรดาต้นไม้ นานาพันธ์ และบรรดาพืชชั้นต่ำอย่างมอส เฟิร์น ที่ขึ้นอยู่ตามก้อนหิน อุทยานฯจัดพื้นที่สำหรับการพักผ่อน ได้อย่างสวยงาม กลมกลืนไปกับธรรมชาติโดยรอบ รวมไปถึง ป้ายสื่อความหมายต่างๆ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ได้รับรางวัล ยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเภท แหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมชาติในปี 2543 จากการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย จึงนับได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมชาติที่น่าแวะ มาท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง ในอุทยานมีบ้านพัก ให้บริการแต่นักท่องเที่ยว ต้องติดต่อ จองมาล่วงหน้า แต่พื้นที่รอบนอก อุทยานฯในเขตอำเภอเมืองปาน มีที่พักเล็กๆ หลายแห่ง ที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ให้บริการกับนักท่องเที่ยว จากที่พักใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 5 นาที ก็ถึงอุทยาน แห่งชาติแจ้ซ้อน

ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปีที่อากาศร้อนระอุ บริเวณบ่อน้ำพุร้อนของอุทยานแจ้ซ้อนจะมีบรรดาจักจั่น จำนวนมาก พากันมากินน้ำแร่ทั่วบริเวณบ่อ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สำคัญของบ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน แม้ว่าจะสามารถมาเที่ยว น้ำพุร้อนแจ้ซ้อนได้ทั้งปี แต่ในช่วงฤดูหนาว คือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ จำนวนนักท่องเที่ยวจะมากที่สุด แต่ในช่วงต้นฤดูฝนในห้วงเวลาที่ป่าสมบูรณ์ ทุ่งข้าวที่อำเภอปานเขียวชอุ่ม ก็นับได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติรอบๆ อุทยานฯงดงามอย่างยิ่ง
หนาวปลายปีนี้ ภาคเหนืออาจเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนจำนวนมากใฝ่ฝันถึง แผนการเดินทางของคุณ จะถูกออกแบบไว้อย่างไรคงเป็นไปตามความชื่นชอบและงบประมาณ หากจะเดินทางขึ้นเหนือ ลำปางเป็นอีก จุดหมาย การเดินทาง ที่คุณจะต้องประทับใจเมื่อได้เยี่ยมเยียน และจากมาด้วยความทรงจำที่ดี แต่จะเป็นเช่นนั้น หรือไม่ คุณคงต้องพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเดินทางด้วยพาหนะส่วนตัว นั่งขบวนตัวหนอนเชื่องช้า หรือนกที่รวดเร็ว ขอให้เดินทางอย่างปลอดภัย สนุกสนาน และอิ่มเอม
การเดินทาง
การเดินทางจากตัวจังหวัดมานั้นทำได้โดยสะดวก ตัวอุทยานอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 70 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดเส้นทาง จากหน้าสนามกีฬาในตัวเมือง วิ่งไปตามถนนสายลำปาง – ห้างฉัตร (สายเก่า) เลี้ยวขวาที่สามแยก บ้านน้ำโท้งไปตามถนนสาย 1157 ลำปาง ห้วยเป้ง เมืองปาน ประมาณ 55 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าถนนสาย 1287 เมืองปานแจ้ห่ม ประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนน 1252(ข่วงกอม – ปางแฟน)ประมาณ 11 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยาน
ข้อควรระวังสำหรับการแช่น้ำแร่
ควรจุ่มมือหรือเท้าเพื่อทดสอบอุณหภูมิของน้ำก่อน ค่อยๆ หย่อนตัวลงช้าๆ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพ การแช่น้ำแร่นานเกินไปอาจทำให้รู้สึกอึดอัด สามารถขึ้นมาอาบน้ำเย็นแล้วกลับลงไปแช่ใหม่ได้อีกครั้ง จนกว่าร่างกายจะรู้สึกเบาสบาย การลุกขึ้นจากน้ำแร่ควรทำอย่างช้าๆ เนื่องจากลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้รู้สึกวิงเวียนศีรษะได้ สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหืดหอบ ควรจะหลีกเลี่ยง หรือไม่ควรลงแช่น้ำตามลำพัง
ข้อมูลเพิ่มเติม
สำนักงานอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน 08 – 9851 – 3355
ททท.สำนักงานเชียงใหม่ (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง) โทร 053 – 248 – 604
สำนักงานจังหวัดลำปาง โทร. 054 – 218 – 800
สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวทั่วไทยโทร. 1672




















